My view : Treasury stock…มาพยายามเข้าใจกับหุ้นซื้อคืน
ที่มา http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kunjoja&month=08-2011&date=06&group=1&gblog=41
หมายเหตุ : ข้อมูลหลายๆส่วนคัดลอกมาและเป็นมุมมองของผู้เขียนร่วมประกอบด้วย ด้วย
ความที่มีหุ้นในพอร์ทเกี่ยวข้องกับ หุ้นซื้อคืน (Treasury stock )
อยู่หลายตัวรวมถึงมีข่าวคราว ก็เลยมาคิดทบทวนดู การมีหุ้นซื้อคืน
หรือการขายหุ้นซื้อคืนนั้นมีดีไม่ดีอย่างไรในมุมมองต่างๆ พอสังเข
ขอคัดลอก หลักการมาลงไว้คร่าวๆ ดังนี้ …1.กรณีเหตุของการซื้อหุ้นคืนมาตรา
66/1 บทบัญญัติตามมาตรา 66
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการที่บริษัทเป็นเจ้าของหุ้นของตนเองมิให้นำมาบังคับ
ใช้ในกรณีดังต่อไปนี้ (1)
บริษัทอาจซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยกับมติของที่
ประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งแก้ไขข้อบังคับบริษัทเกี่ยวกับสิทธิในการออกเสียงลง
คะแนนและสิทธิในการรับเงินปันผล
ซึ่งผู้ถือหุ้นเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม (2)
บริษัทอาจซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน
เมื่อบริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่องส่วนเกิน
และการซื้อหุ้นคืนนั้นไม่เป็นเหตุให้บริษัทประสบปัญหาทางการเงิน หุ้น
ที่ซื้อคืนนั้นจะไม่นับเป็นองค์ประกอบในการประชุมผู้ถือหุ้น
รวมทั้งไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนและสิทธิในการรับเงินปันผลด้วย
หุ้นที่ซื้อคืนตามวรรคหนึ่ง
บริษัทต้องจำหน่ายออกไปภายในเวลาที่กำหนดในกฏกระทรวง
ถ้าไม่จำหน่ายหรือจำหน่ายไม่หมดในเวลาที่กำหนด
ให้บริษัทลดทุนที่ชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นจดทะเบียนส่วนที่จำหน่ายไม่ได้
การซื้อหุ้นตามวรรคหนึ่ง การจำหน่ายหุ้น และการตัดหุ้นตามวรรคสาม
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฏกระทรวง ประเด็น
ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการจำหน่ายและการตัดหุ้นที่ซื้อคืน
กฏกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้บริษัทจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนได้
เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับตั้งแต่การซื้อหุ้นในแต่ละคราว
และต้องจำหน่ายให้หมดภายในระยะเวลาที่กำหนดในโครงการซื้อหุ้นคืน แต่ไม่เกิน
3 ปี การจำหน่ายหุ้น มุมมองส่วนตัว : โดยทั่วไปเราจะเข้าใจว่า การซื้อหุ้นคืน เป็นเครื่องมือในการบริหารการเงินและการปรับโครงสร้างทางการเงิน
กล่าวคือ เมื่อบริษัทมีกำไรสะสมและสภาพคล่องทางการเงินสูง คือ
มีเงินเพียงพอที่จะไปลงทุนในหุ้นบริษัทเอง
เมื่อเห็นว่าหุ้นมีราคาต่ำเกินจริง
และการลงทุนในหุ้นของบริษัทจะได้รับอัตราผลตอนแทนจาการลงทุนสูงกว่าลงทุน
ประเภทอื่น
และผลของการซื้อหุ้นคืนกลับมาทำให้โครงสร้างทาการเงินเปลียนแปลงคือโดยแต่จะ
ครั้งจะทำให้จำนวนหุ้นลดลง ทำให้ EPS เพิ่มขึ้น เป็นต้น
แต่การซื้อ
หุ้นคืนยังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ที่เรียกว่า
การแก้ไขปัญหาระหว่างผู้ถือหุ้นกับบริษัท
และการคงอำนาจการต่อรองของผู้บริหารในบริษัทได้ด้วยเช่นกัน
ซึ่ง
สองกรณีหลัง นักลงทุนอาจจะไม่คอ่ยได้ยินหรือได้พบบ่อย
อันเนื่องจากประเทศไทยยังเป็นการผ่องถ่ายอำนาจของเจ้าของบริษัทไปสู่ผู้ถือ
หุ้นไม่ได้เด็ดขาด เหมือนกับหลายๆประเทศ(หมายความว่า
ผถห.ที่เป็นเจ้าของบริษัทดั้งเดิมยังกุมอำนาจของผถห.ที่มีสัดส่วนมากและมี
อำนาจเด็ดขาด(มากน้อยแล้วแต่บริษัท)จนผถห.รายใหญ่อื่นๆไม่สามารถมาทดแทนเป็น
เจ้าของบริษัทแทน)
ตัวอย่างกรณีการแก้ไขปัญหา เช่น
การซื้อหุ้นคืนเข้าบริษัทจากนักลงทุนรายใหญ่หรือกองทุนเพื่อไม่ให้เกิดภาวะ
เรียกว่า take over กิจการ
เป็นการรักษาอำนาจเดิมของเจ้าของบริษัท(และทำให้สัดส่วนของผถห.
ของผบห.เพิ่มขึ้นมีอำนาจต่อรองมากขึ้นได้)2.คุณสมบัติของบริษัทที่มีสิทธิ์ในการซื้อหุ้นคืนได้ 1.
มีกำไรสะสม โดยการซื้อหุ้นคืนจะทำได้ไม่เกินวงเงินสะสม
และบริษัทควรกันกำไรสะสมไว้เป็นเงินสำรองเท่ากับจำนวนเงินที่ได้จ่ายซื้อ
หุ้นคืนจนกว่าจะมีการจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนได้หมด
หรือลดทุนชำระแล้วโดยวิธีตัดหุ้นซื้อคืนที่จำหน่ายไม่หมด แล้วแต่กรณี
2.
มีสภาพคล่องส่วนเกิน โดยพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ภายใน 6 เดือน
ข้างหน้าว่าถ้านำเงินมาซื้อหุ้นคืนแล้ว จะไม่กระทบกับการชำระหนี้ของบริษัท
3. ไม่ทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย ( Free Float) ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (> 15% ของทุนชำระแล้ว และมีจำนวนไม่น้อยกว่า 150 ราย)
ณ ปัจจุบัน บริษัทที่จะซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 10% ของทุนจดทะเบียน
หลังจากที่คณะกรรมการของตลาดหลักทรัพย์ มีมติ
ก็ให้ใช้วิธีแจ้งกับผู้ถือหุ้นโดยใช้หนังสือเวียนแทนการเรียกประชุมผู้ถือ
หุ้นได้
แต่เดิมต้องผ่านขั้นตอนที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัท
ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาเร็วขึ้น
และคาดว่าโครงการดังกล่าวน่าจะทำให้ราคาหุ้นสะท้อนภาพราคาที่แท้จริงได้มาก
ขึ้น3.ผลของการประกาศซื้อหุ้นคืนของบรัษัทจดทะเบียนมีเอกสารเชิงวิจัยที่น่าสนใจ ขอยกมาคร่าวๆ …
การศึกษาผลกระทบการซื้อหุ้นคืนต่อผลตอบแทนที่ผิดปกติสะสมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดเอ็ม เอ ไอ
วารสารบริหารธุรกิจ นิด้า - เล่มที่ 5 พฤศจิกายน 2552บริษัท
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดเอ็ม เอ ไอ
มีการซื้อหุ้นคืนครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2544
ด้วยวัตถุประสงค์ของการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงินในการรักษาระดับ
ราคาหุ้น ดังนั้น
การศึกษานี้เพื่อสำรวจการตอบสนองของตลาดที่มีต่อราคาหุ้นโดยศึกษาจากอัตราผล
ตอบแทนที่ผิดปกติและอัตราผลตอบแทนที่ผิดปกติสะสม
ในช่วงประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน
ช่วงดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนและในช่วงประกาศลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว
รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้านอัตราส่วนทางการเงินก่อนและหลัง
การประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน
ผลการศึกษา พบว่ามีอัตราผลตอบแทน
ที่ผิดปกติเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อมีการประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน
แต่ทั้งนี้ไม่เกิดอัตราผลตอบแทนที่ผิดปกติเมื่อมีการดำเนินโครงการซื้อหุ้น
คืน และผลการดำเนินงานของบริษัทที่ซื้อหุ้นคืนวัดโดยอัตราส่วนทางการเงิน
ได้แก่
เงินปันผลต่อหุ้นมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีภายหลังการประกาศโครงการซื้อหุ้น
คืนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
รวมทั้งพบว่าราคาของหลักทรัพย์มีการปรับตัวในเชิงลบก่อนที่จะมีการประกาศลด
ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัทที่ไม่สามารถจำหน่ายหุ้นคืนได้ภายใน
ระยะเวลา 3 ปีhttp://journal.nida.ac.th/journal/index.php?option=com_content&view=article&id=1008%3A2010-04-08-01-53-09&catid=162%3A-5--2552&Itemid=95&lang=th
4.ผลกระทบจาการซื้อหุ้นคืน ผลกระทบของการซื้อหุ้นคืนในแง่ผู้บริหาร ข้อดี - ซื้อหุ้นคืนเพื่อชลอการจ่ายเงินปันผลและรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลในอนาคต
- สะดวกแก่การชำระตามข้อผูกพัน เช่น เตรียมไว้เพื่อการแปลงสภาพ
- สามารถนำไปขายในตลาดเมื่อต้องการเงินทุน
- รักษาอำนาจการควบคุม
- เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินทุน
ข้อเสีย - เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อผู้ลงทุน เพราะอาจถูกมองว่าไม่มีโครงการลงทุนอื่นที่ดี จึงต้องซื้อหุ้นคืน
- หลีกเลี่ยงภาษี เพราะทำให้การจ่ายปันผลน้อยลง
ผลกระทบของการซื้อหุ้นคืนในแง่ผู้ถือหุ้น ข้อดี - ราคาหุ้นจะสูงขึ้น ทำให้ได้กำไรจากการขายหุ้น ซึ่งเสียภาษีน้อยกว่าได้เงินปันผล
- ชลอการจ่ายภาษี เพราะเลือกได้ว่าจะขายหรือไม่
- ลดจำนวนหุ้นส่วนเกิน สามารถระบายหุ้นส่วนเกินความต้องการออกจากตลาด เพื่อรักษาสภาพราคาให้คงไว้
ข้อ
เสีย - ผลประโยชน์ด้ายภาษีในกรณีผู้ถือหุ้นมีรายได้น้อย
การเสียภาษีในรูปเงินปันผลอาจให้ประโยชน์มากกว่าการขายหุ้นที่มี
ราคาสูงขึ้นเพราะการซื้อหุ้นคืน
- ถ้าหุ้นที่หมุนเวียนมีน้อย เมื่อซื้อแล้วอาจมีผลให้ราคาหุ้นตกได้
- ความเสี่ยงสูง เพราะสัดส่วนของหนี้สินและทุนจะสูงขึ้น
…….
5.มุมมองเพิ่มสำหรับการซื้อหุ้นคืน โดยสรุป
ให้
มองก็คือการลงทุน ของบริษั่ท
เพียงแต่เป็นการลงทุนที่ได้ประโยชน์ทางตรงและทางอ้อมหลายต่อ
ในแง่ของจิตวิทยา ก็จะมองว่าบริษัทมีสภาพคลอ่ง
มีเงินสดเหลือเพียงพอที่จะนำเงินสดไปต่อยอดการลงทุนเพื่อให้เกิดผลตอบแทน
ใหม่ขึ้นมา ซึ่งอาจจะไปลงตราสารหนี้
หรือไปซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนอื่นได้
แต่ถ้าบริษัทมองแล้ว
นี่คือโอกาสในการซื้อหุ้นตัวเองในราคาที่ถูก
และเล็งเห็นว่าบริษัทตัวเองจะเติบโตได้แน่ๆ ในอนาคต
ก็สู้มาลงทุนในหุ้นตัวเองก็ได้เช่นกัน
แต่ท้ายสุด ถ้าบริษัทยังคงความมีสภาพคล่อง มีการเติบโตที่สูงไปอีก ก็สามารถตัดหุ้นซื้อคืนออกจากบริษัทได้เช่นกัน
และสามารถขายคืนให้กับตลาดหุ้นในกรณีเราต้องการเงินทุนจำนวนหนึ่ง ก็ได้เช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้ยืมเงินมา
Create Date : 06 สิงหาคม 2554