ads head

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสำเร็จ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความสำเร็จ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข้อคิดดี ๆ จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ

ที่มาhttp://chulakorn.blogspot.com/2012/06/blog-post_13.html
ข้อคิดดี ๆ จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ
ผมบอกพนักงานอยู่เสมอ คือในโลกนี้ ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาล วันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่งกว่าคุณ เพราะฉะนั้น คนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า ตนเองเก่ง จงจำเอาไว้ได้เลยว่า ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้วความโง่คืบคลานมาใกล้ตัวคุณแล้ว

------------ ธนินท์ เจียรวนนท์ --------- 
ผมพร้อมจะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า แต่ถ้าวันใด ที่เขื่อนนั้นเปราะบางและโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึง ผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากโหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้น แม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสยบยอมก็ตาม

------------ เจริญ สิริวัฒนภักดี --------- 
ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆ อย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาดก็ย่อมมีสูงเช่นกัน

------------ อนันต์ กาญจนพาสน์ --------- 
จงเดินไปหาภูเขา อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเรา เพราะผมคิดว่า ปกติผู้บริหารทั่วไปมักจะเรียกพนักงานมาประชุมกับเรา มันเหมือนเราย้ายพนักงานทั้งกองทัพมาหาเรา แต่สำหรับผมผมจะเดินไปหาเขา ผมบอกลูกน้องของผมว่าเราต้องเดินไปหาลูกค้า อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา

------------ พรเทพ พรประภา --------- 
ในเรื่องของการพิจารณา ความดีความชอบ ผมจะฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นหลักว่าลูกน้องแต่ละคนทำงานลงไปแล้วลูกค้า พอใจแค่ไหนอย่างไร ผมจะไม่เชื่อหัวหน้าอย่างเดียวเพราะถ้าเกิดหัวหน้าบางคนไม่ชอบลูกน้องอาจ เกิดกรณีหัวหน้าแกล้งลูกน้องได้

------------ ประกิต อภิสารธนรักษ์ --------- 
ผมมีหลักของอาจารย์ที่สอนผมอย่างหนึ่งว่า มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด ดีที่สุด หรือแม้แต่เลวที่สุด เพราะคนที่ดีสุดและเลวที่สุดได้ตายจากโลกนี้นานแล้ว คนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียง ชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว

------------ ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ --------- 
ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตามคุณต้องศึกษาให้รู้แจ้งเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ และเมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้จริงๆ จังๆให้มันรู้ไปเลยว่า เราทำไม่ไหวแล้ว

------------ ชวน ตั้งมติธรรม --------- 
1. จงเผชิญกับความจริงอย่างที่เป็นอยู่ มิใช่อย่างที่คุณอยากเป็น 
2. จริงใจกับทุกคน 
3. อย่าเป็นแค่นักบริหารแต่จงออกไปนำทัพ 
4. จงเปลี่ยนแปลงก่อนที่เหตุการณ์จะบังคับให้ต้องเปลี่ยน 
5. ถ้าท่านไม่มีจุดแข็ง หรือข้อได้เปรียบจงอย่าแข่งกับเขา 
6. จงคุมชะตาด้วยตนเองมิฉะนั้น ผู้อื่นจะมาคุมแทน

------------ ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ --------- 
ในการทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือนายจ้างควรจะรับฟังความคิดของผู้ร่วมงานเสมอ การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น คือเป็นการเพิ่มประสบการณ์อื่นเป็นความรู้ นอกเหนือจากที่ได้รับมาจากการเอาเปรียบผู้อื่น ไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง

------------ โพธิ์พงษ์ ล่ำซำ --------- 
ที่ชอบเป็นพิเศษ คือคำพูดของซุนวู่ ที่บอกว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ผมฟังปุ๊บ รู้สึกประทับใจทันทีและเข้าใจว่า คนเราถ้าอยู่ใกล้ใคร มักอยากเป็นแบบนั้น ตอนนั้นจำได้ว่าผมอยากเป็นนักเขียนมาก แต่ที่ได้รับคำแนะนำว่าถ้าคุณอยากเขียนหนังสือจงเริ่มต้นจากสิ่งที่คุณรู้ ก่อนเป็นอันดับแรก

------------ อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ --------- 
อีก 1 เรื่อง 
เรื่องมีอยู่ว่าชาวนาจีนแก่ ๆ คนหนึ่งเดินไปตามถนนบนบ่ามีมีไม้พาดอยู่และที่ปลายไม้นั้นก็มีหม้อดินใส่แกง จืดเต้าหู้ผูกห้อยไว้ ขณะที่เดินไปเขาเกิดสะดุดก้อนหิน และหม้อดินก็หล่นลงกระทบพืนแตกกระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ชาวนาผู้เฒ่าคนนี้ก็ลุกขึ้นแล้วก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป 
โดยไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ 
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งมาหา แล้วพูดด้วยความตื่นเต้นว่า 
“ นี่ ๆ พ่อเฒ่าท่านไม่รู้หรือว่าหม้อดินหล่น ” 
ชายชราหันไปตอบว่า “ ฉันรู้ ฉันได้ยินเสียงมันหล่นอยู่ ” 
ผู้อ่อนอาวุโสมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น 
“ อ้าวแล้วทำไมท่านไม่ย้อนกลับไปทำอย่างใดอย่างหนึ่งล่ะ ” 
สีหน้าของผู้เฒ่ายังเป็นปกติขณะที่ตอบชายหนุ่มด้วยคำพูดที่หนักแน่นชัดเจนว่า 
" ก็หม้อดินมันแตกแล้วแกงจืดก็ไม่เหลือแล้วจะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ ” 
พูดจบชายชราผู้มากด้วยประสบการณ์ชีวิตก็ย่างเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง วันวานนี้สิ้นสุดลงตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ทุก ๆ วันคือจุดเริ่มต้นใหม่ เรียนทักษะของการลืมอดีต แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจ 
โพสต์เมื่อ โดย

หนทางสู่ความสำเร็จในการลงทุน

ที่มาhttp://chulakorn.blogspot.com/2012/06/blog-post.html
หนทางสู่ความสำเร็จในการลงทุน
โลกในมุมมองของ Value Investor:ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

นักลงทุนหรือคนเล่นหุ้นที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุนนั้นผมคิดว่าเขาน่าจะ มีวิธีการและ/หรือคุณสมบัติที่สำคัญอย่างน้อย 3-4  อย่างดังที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้

ข้อแรกคือ   เขาจะต้องมี  ความรอบรู้  ความฉลาดหลักแหลม  ความสามารถในการวิเคราะห์และคาดการณ์อนาคตของธุรกิจต่าง ๆ  หลายอย่าง   คนที่เก่งมาก ๆ  ในด้านนี้มักจะได้รับการยอมรับว่าเป็นคนอัจฉริยะในด้านของการลงทุน  หลาย ๆ คนมักจะเป็นคนที่มี IQ ค่อนข้างสูง

ข้อสอง  เขาจะต้องทำงาน  เป็นคนขยันไม่เกียจคร้าน  โดยเฉพาะที่เป็นงานเกี่ยวกับการลงทุน   การหมั่นค้นคว้าหาโอกาสในการลงทุน   ต้องเป็นคนที่อ่านหนังสือมาก   คนที่ทำงานมาก ๆ  เป็น  Workaholic  หรือคนบ้างาน  ก็จะมีโอกาสได้รู้จักและเข้าใจบริษัทจดทะเบียนต่าง  ๆ   เป็นอย่างดี  ซึ่งจะเป็นพื้นฐานและข้อมูลสำคัญสำหรับการลงทุนที่จะประสบความสำเร็จ  คนที่สามารถทำงานหนัก  ๆ  ได้มากนั้น   นอกจากจะต้องเป็นคนหนุ่มสาวและมีสุขภาพดีแล้ว   เขามักจะต้องมี  Passion หรือความหลงใหลในการลงทุนที่รุนแรงด้วย

ข้อสาม   เขาจะต้องมี  EQ  หรือความสามารถทางอารมณ์ที่จะควบคุมตนเองไม่ให้ผันผวนไปตามภาวะของตลาดและ ราคาหุ้น  มีความสามารถที่จะคิดได้อย่างเป็นอิสระด้วยตนเอง  และสามารถปฏิบัติตามแผนและนโยบายที่ได้วางไว้อย่างมั่นคง

ข้อสี่   เขาจะต้องมีความเข้าใจหรือมี  Sense  หรือ  ความรู้สึกหรือไหวพริบเกี่ยวกับภาวะของผู้คนและนักลงทุนในตลาด   Sense  นี้เป็นเรื่องยากที่จะสอนกัน   แต่การลงทุนมานานผ่านร้อนผ่านหนาวมามากก็ช่วยให้เรามี  Sense ดีขึ้นได้

คุณสมบัติทั้งสี่ข้อนี้   ผมคิดว่านักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวต้องมี   อย่างไรก็ตาม   เป็นเรื่องยากที่คน ๆ  หนึ่งจะมีคุณสมบัติดีเด่นในทุกข้อ   โดยปกติแล้ว   นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมักจะมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดหรือสักสองข้อที่ เด่น   และมีคุณสมบัติในข้อที่เหลือพอใช้    แบบนี้เขาก็จะประสบความสำเร็จได้    ว่าที่จริง   “เซียน”  หรือคนที่ประสบความสำเร็จมากนั้น   มักจะมีคุณสมบัติยอดเยี่ยมมาก ๆ  จริง  ๆ  เพียงบางข้อเท่านั้น   และนั่นยังเป็นการแบ่งแยกด้วยว่าเขาเป็น  “เซียน”  ประเภทไหน

คนที่อาศัยความรอบรู้หรือ  IQ  ทางการลงทุนเป็นหลักมักจะเป็น  “เซียน”  ระดับอัจฉริยะที่มักจะประสบความสำเร็จสูงและมีชื่อเสียงยาวนาน   ตัวอย่างก็แน่นอน   ประเภท   วอเร็น  บัฟเฟตต์   บิล  มิลเลอร์   จอห์น  เทมเปิลตัน  คนเหล่านี้จะมีความคิดและความเข้าใจลึกซึ้งมากในด้านของการลงทุนและของ กิจการ   พวกเขาจะสามารถมองเหตุการณ์ไปข้างหน้าได้ไกลกว่าและถูกต้องกว่า   และลงทุนซื้อหุ้นจำนวนมากเพื่อรอเก็บเกี่ยวผลในระยะยาวซึ่งผลการลงทุนนั้น มักจะประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง     นักลงทุนทั่วไปมักจะชื่นชมและยกย่องพวกเขา  “หลังจาก”  เห็นผลแล้ว   แต่ในขณะที่พวกเขากำลังซื้อหุ้นนั้น   เรามักจะแปลกใจและคิดว่าพวกเขากำลังคิดผิด   เราไม่อยากซื้อหุ้นตามพวกเขาเพราะเรามองว่าหุ้นที่พวกเขากำลังซื้อนั้นดูไม่ น่าจะดีและเราไม่เข้าใจว่าเขาซื้อทำไม

คนที่อาศัยความขยันทำงานหนักเป็นหนทางสู่ความสำเร็จนั้น    คือคนที่อาจจะเข้าสำนักงานตั้งแต่เช้าตรู่และกลับบ้านเมื่อตะวันลับฟ้าไป แล้ว  พวกเขาต้องอ่านบทวิเคราะห์เป็นสิบ  ๆ   เล่มในแต่ละสัปดาห์และต้องเข้าประชุมฟังการบรรยายของบริษัทจดทะเบียนเกือบจะ ทุกวัน   เวลาที่ว่างจากการอ่านพวกเขาก็มักจะต้องพูดโทรศัพท์เพื่อหาข้อมูลที่จะนำไป สู่ชัยชนะในการลงทุน    หลังเลิกงานพวกเขายังต้องหอบแฟ้มกลับไปทำที่บ้าน   วันหยุดก็มักจะไม่เป็นวันหยุดอย่างที่ควรเป็น   แน่นอน   ผมกำลังพูดถึงคนจำนวนมากหรือส่วนใหญ่ที่ทำหน้าที่บริหารกองทุนรวมที่ต้อง ติดตามบริษัทเป็นร้อย  ๆ   แห่งหรืออย่างในสหรัฐนั้นเป็นพัน ๆ  แห่ง   คนเหล่านี้ส่วนใหญ่กลับไม่ประสบความสำเร็จเพราะพวกเขาต่างก็ขยันและทำงาน หนักพอ ๆ   กัน   คนที่ประสบความสำเร็จสูงมากในกลุ่มนี้ก็คือ   ปีเตอร์  ลินช์  ที่สุดท้ายต้องลาเวทีไปก่อนเกษียณเนื่องจากรับกับการทำงานแบบนั้นไม่ไหว

คนที่อาศัย  EQ  เป็นหลักในการประสบความสำเร็จนั้น   คือคนที่มีศรัทธายึดมั่นในหลักการและนโยบายการลงทุนที่ตนเองเห็นว่าดีและ เหมาะกับตนเองแล้ว   นโยบายและกลยุทธ์เหล่านั้นอาจจะไม่ใช่หนทางที่ทำให้เขารวยเร็วที่สุดแต่อาจ จะปลอดภัยและให้ผลตอบแทนคุ้มค่า   เขาเชื่อมั่นว่าถ้าเขายึดหลักการที่กำหนดไว้ดีแล้วนั้น   ในระยะยาวเขาก็จะบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จได้   ตัวอย่างเช่น  เขาอาจจะกำหนดว่าเขาจะลงทุนแบบสะสมเงินที่หาได้จากการทำงานไปเรื่อย  ๆ   ทุกเดือน  โดยแบ่งเงินลงทุนไปในหุ้นและพันธบัตรเท่า ๆ  กัน  โดยที่หุ้นลงทุนอาจจะเป็นหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดในแต่ละอุตสาหกรรม หลัก  ๆ   ห้าบริษัทเป็นต้น   และการลงทุนนี้จะเป็นการลงทุนตลอดเวลาไม่ว่าภาวะตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไร  

ตัวอย่างของคนที่ใช้  EQ  เป็นหลักและประสบความสำเร็จสูงมากก็คือ  “คนธรรมดา”  ที่ชื่อว่า    แอนน์  ไชเบอร์  ซึ่งผมเคยเขียนมานานแล้ว   เธอเป็นสาวโสดที่ไม่เคยแต่งงาน   อยู่ตัวคนเดียว   ไม่มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ   เป็นคนกินเงินเดือนที่ไม่มีทรัพย์สมบัติ    เริ่มลงทุนเมื่ออายุ  50 ปีไปแล้ว   เธอยึดมั่นลงทุนในบริษัทที่เธอเห็นว่าเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่อย่างเช่น   โค๊ก  ถือยาว  ติดตามผลการดำเนินงาน   รับปันผล   ลงทุนเพิ่ม   วันที่เธอเสียชีวิต  พอร์ตของเธอเกือบ  พันล้านบาท  เธอทำได้เพราะอายุวันตายประมาณ  100  ปี

คนที่ใช้  Sense  ในการลงทุนเป็นหลักแล้วประสบความสำเร็จนั้น   ผมคิดว่าส่วนใหญ่ก็คือคนที่เราเรียกว่า   “ขาใหญ่ ”  ในตลาดหุ้น    แน่นอน  ขาใหญ่ในตลาดหุ้นไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จทุกคน   หลายคนก็ขาดทุนหรืออยู่ไม่นาน   คนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น  ผมคิดว่าพวกเขาต้องมีคุณสมบัติข้ออื่น ๆ  ดังที่กล่าวข้างต้นด้วย   แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จก็คือ  ความสามารถในด้านของจิตวิทยาการอ่านใจนักเล่นหุ้นในตลาดได้ดีกว่าคนอื่น   นอกจากการอ่านเกมออกแล้วพวกเขายังน่าจะมีความสามารถในการจูงใจให้คนอื่นเล่น ตามด้วย   และนี่อาจจะเป็นศาสตร์ที่คนอื่นไม่สามารถทำได้และทำให้พวกเขาประสบความ สำเร็จสูงมากในการลงทุนโดยเฉพาะในตลาดหุ้นไทย

ทั้งหมดนั้นก็คือหนทางสู่ความสำเร็จในการลงทุน  4  แบบ  นักลงทุนแต่ละคนต้องเลือกว่าวิธีไหนที่เราชอบและมีศักยภาพที่สามารถทำได้   การค้นหาตัวตนก่อนที่จะเลือกเดินทางนั้นสำคัญมาก  เลือกถูกก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว   เลือกผิดเราอาจจะพบกับความผิดหวังหรือหายนะ   สำหรับคน  “กลาง ๆ”   ผมแนะนำว่าแนวทางของการใช้  EQ  เป็นหลักในการลงทุนเป็นวิถีทางที่น่าสนใจ  และย้ำอีกครั้ง  ไม่ว่าจะเลือกแนวไหน  เราจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจทุกทางด้วยมิฉะนั้นก็จะไม่ประสบความสำเร็จ

โพสต์เมื่อ โดย

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

รู้จักคู่แข่งของคุณ

รู้จักคู่แข่งของคุณ

ไม่ใช่แค่เอาชนะอย่างเดียว
ที่มาhttp://incquity.com/articles/marketing-boost/know-your-competitor
 หากคุณคิดว่าการทำธุรกิจ เป็นเสมือนการทำสงครามและคู่แข่งคือข้าศึกแล้วล่ะก็ คุณคิดผิด ถึงแม้ว่าการแข่งขันนั้นคือพื้นฐานของการทำธุรกิจ แต่นักธุรกิจที่ฉลาดจะรู้ว่าการเห็นว่าคู่แข่งเป็นศัตรูนั้นเป็นความคิดที่ ผิดและอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ กลยุทธ์ที่ดีกว่าก็คือการสร้างพันธมิตรและให้พวกเขาเป็นตัวเสริมให้คุณแกร่ง ขึ้น ลองวิธีเหล่านี้ดู

 

รู้จักคู่แข่งของคุณ

อย่าลีมว่าคุณยังต้องแข่งกับธุรกิจอื่นที่แม้จะไม่ ได้ขายสินค้าประเภทเดียวกันแต่ว่าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ เหมือนกันอีกด้วย
มันอาจจะฟังดูง่าย แต่ก็เป็นข้อผิดพลาดที่เจ้าของธุรกิจและพนักงานขายส่วนมากมักทำ ถ้าคุณมีหน้าร้าน คู่แข่งของคุณก็คือร้านอื่นที่ขายสินค้าคล้ายๆกัน นั่นรวมไปถึงร้านค้าออนไลน์ด้วย นอกจากนั้นคุณยังต้องแข่งกับธุรกิจอื่นที่แม้จะไม่ได้ขายสินค้าประเภทเดียว กันแต่ว่าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหมือนกันอีกด้วย ธุรกิจที่ขายสินค้าที่คุณไม่มีและทำให้สินค้าของคุณล้าสมัย คุณต้องรู้ให้หมดว่าใครเป็นคู่แข่งบ้างและไม่ใช่ที่เห็นได้ชัดๆเท่านั้นแต่ รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆที่อาจส่งผลกระทบทางอ้อมด้วย

 

หาข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับคู่แข่ง

จับตาดูทุกฝีก้าวว่าคู่แข่งของคุณทำอะไรบ้าง คอยดูความเคลื่อนไหวของพวกเขาตามสื่อต่างๆ รวมไปถึงศึกษาเว็บไซต์และลองใช้โปรแกรมอย่าง Google Alerts เพื่อดูว่ามีใครพูดถึงพวกเขาในสื่อออนไลน์บ้าง และถ้าเป็นไปได้ก็ลองไปแอบซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคู่แข่งดูบ้างเพื่อดู ว่าเขามีระบบการทำงานเบื้องต้นอย่างไร

 

สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับคู่แข่ง

หลังจากทำการศึกษาคู่แข่งแล้วก็พยายามสร้างสัมพันธภาพที่ดีผ่านการไปร่วม เป็นสมาชิกสมาคมหรือสมาพันธ์ต่างๆ พยายามพาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนในวงการธุรกิจเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ คู่แข่งให้มากขึ้น

 

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการร่วมมือ

ถ้าหากว่าเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายในวง การธุรกิจของคุณ คุณกับคู่แข่งก็จะต้องจับมือกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์หรือทำให้สถานการณ์ดีๆ นั้นดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ร่วมกันสนับสนุนหรือคัดค้านข้อบังคับทางกฎหมายที่จะส่งผลต่อธุรกิจของคุณ
พิจารณาดูว่าอะไรที่เป็นสาเหตุของความสำเร็จของคู่แข่ง
นอกจากนี้ในบางธุรกิจคู่แข่งอาจกลายมาเป็นทัพเสริมของคุณได้ อย่างเช่นในกรณีที่คุณได้งานชิ้นใหญ่เกินกว่าจะทำได้สำเร็จคนเดียว หากว่าคุณกับคุณมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน คุณก็อาจจะจ้างคู่แข่งให้เข้ามาช่วย หรือถ้าหากว่าคู่แข่งของคุณประสบปัญหาไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันเวลา คุณก็สามารถยื่นมืิอเข้าไปช่วยเหลือได้ ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนแต่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจของทุกฝ่ายทั้งสิ้น

 

ให้คู่แข่งพัฒนาคุณ

ถ้าคู่แข่งกำลังแซงหน้า ก็อย่านิ่งเฉยและยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ให้พิจารณาดูว่าอะไรที่เป็นสาเหตุของความสำเร็จของคู่แข่ง วิเคราะห์ว่าอะไรคือสิ่งที่ตลาดชอบแล้วดูว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้างที่จะทำ ให้สินค้าหรือบริการของคุณเป็นที่นิยมยิ่งกว่า แต่ระวังอย่าไปลอกเลียนแบบตรงๆ นำไอเดียที่ได้จากคู่แข่งมาปรับปรุงและพัฒนาเพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

 

อย่าไปแข่งเรื่องราคา

การลดราคาอาจจะดูล่อตาล่อใจ แต่มันเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ได้ผลในระยะยาว เพราะไม่ว่าจะอย่างไรก็จะต้องมีคนตั้งราคาที่ถูกกว่าเสมอ การไปแข่งตัดราคาจะยิ่งทำร้ายธุรกิจของคุณ สิ่งที่ควรจะทำจริงๆก็คือการทำสินค้าให้มีคุณภาพขึ้นมากกว่า

 

เตรียมรับมือเมื่อคู่แข่งเล่นสกปรก

การเล่นตามกติกานั้นทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเล่นกันตรงๆตามกฎเกณฑ์เสมอไป เพราะมันจะต้องมีบางคนที่คิดว่าการทำธุรกิจคือการบี้คู่ต่อสู้ให้ตายเรียบ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม และเมื่อมีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นก็อย่าลังเลที่จะตอบโต้กลับไปด้วยวิธี ที่เหมาะสม โดยเฉพาะในอินเตอร์เน็ตที่มักจะมีการใช้วิธีสกปรกหลายแบบ พยายามดูว่าบริษัทของคุณโดนแกล้งด้วยการพูดถึงอย่างเสียๆหายๆหรือไม่ และจะให้ดีควรมีแผนไว้เตรียมรับมือกับการโดนโจมตีทางอินเตอร์เน็ตด้วย
การแข่งขันเป็นเรื่องปกติในโลกธุรกิจแบบทุนนิยม และเป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาถ้าหากว่าอยากจะทำธุรกิจ และรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดเอาไว้ อย่างที่ซุนวูเคยกล่าวไว้ว่า “Keep your friends close and your enemies closer” หรือถ้าสามารถเปลี่ยนคู่แข่งเป็นพันธมิตรได้ก็ยิ่งดี